Skip to content
studyabroad.wiki

เรียนต่อปริญญาตรี UAE 2026: 5 มหาวิทยาลัยถูกสุดสำหรับคนไทย

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการศึกษาที่น่าสนใจสำหรับนักศึกษาไทย ด้วยค่าเล่าเรียนที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับยุโรปหรือออสเตรเลีย บทความนี้รวบรวม 5 มหาวิทยาลัยที่มีค่าเทอมปริญญาตรีต่ำที่สุดในปี 2026 สำหรับคนไทย พร้อมข้อมูลทุนการศึกษาและค่าครองชีพที่จำเป็นต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

5 มหาวิทยาลัยราคาถูกที่สุดใน UAE ปี 2026 สำหรับนักศึกษาไทย

การเลือกมหาวิทยาลัยใน UAE ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ค่าเทอมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่าครองชีพ ที่พัก และโอกาสในการทำงานหลังเรียนจบ จากการสำรวจข้อมูลค่าเล่าเรียนปีการศึกษา 2026 จากแหล่งข้อมูลทางการของกระทรวงศึกษาธิการ UAE และเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยโดยตรง พบว่ามหาวิทยาลัย 5 แห่งต่อไปนี้มีค่าเทอมปริญญาตรีต่ำที่สุดสำหรับนักศึกษาต่างชาติ โดยเฉพาะนักศึกษาไทย

อันดับแรกคือ University of Sharjah ซึ่งมีค่าเทอมเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ประมาณ 45,000–55,000 ดิรฮัมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (AED) หรือประมาณ 450,000–550,000 บาทไทย ต่อปี มหาวิทยาลัยรัฐแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองชาร์จาห์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่มีค่าครองชีพต่ำกว่าดูไบหรืออาบูดาบีถึง 20–30% ค่าเทอมนี้รวมค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าสมัครแล้ว โดยนักศึกษาไทยสามารถสมัครขอทุนส่วนลดค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติได้อีก 10–25%

อันดับสองคือ University of Sharjah ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อเสียงด้านวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์สุขภาพ ค่าเทอมปี 2026 อยู่ที่ 50,000–60,000 AED ต่อปี (ประมาณ 500,000–600,000 บาท) สำหรับคณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนคณะมนุษยศาสตร์และบริหารธุรกิจมีค่าเทอมต่ำกว่าเล็กน้อยที่ 45,000–55,000 AED ต่อปี มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีหอพักในราคาประมาณ 18,000–25,000 AED ต่อปี ซึ่งถูกกว่าการเช่าอพาร์ทเมนต์ภายนอกถึง 40%

อันดับสามคือ Al Ghurair University ในดูไบ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีค่าเทอมต่ำที่สุดในเมืองดูไบ โดยอยู่ที่ 40,000–50,000 AED ต่อปี (ประมาณ 400,000–500,000 บาท) สำหรับหลักสูตรปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีนโยบายรับนักศึกษาต่างชาติโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และมีทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาไทยโดยเฉพาะผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานการศึกษาไทย

เรียนต่อปริญญาตรี UAE 2026: 5 มหาวิทยาลัยถูกสุดสำหรับคนไทย

อันดับสี่คือ Abu Dhabi University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนในกรุงอาบูดาบี มีค่าเทอมปี 2026 อยู่ที่ 55,000–65,000 AED ต่อปี (ประมาณ 550,000–650,000 บาท) สำหรับคณะวิศวกรรมศาสตร์และบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ได้คะแนนสอบสูงถึง 50% ของค่าเล่าเรียน รวมถึงทุนสำหรับนักศึกษาไทยโดยเฉพาะผ่านโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-เอมิเรตส์

อันดับห้าคือ University of Fujairah ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐในเมืองฟูไจราห์ มีค่าเทอมต่ำที่สุดในรายชื่อนี้ที่ 35,000–45,000 AED ต่อปี (ประมาณ 350,000–450,000 บาท) สำหรับหลักสูตรปริญญาตรีสาขาศิลปศาสตร์และการศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองที่มีค่าครองชีพต่ำที่สุดใน UAE โดยค่าที่พักและอาหารถูกกว่าดูไบถึง 50% เหมาะสำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายสูงสุด

ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่นักศึกษาไทยต้องรู้ก่อนเรียนต่อ UAE

นอกจากค่าเทอมแล้ว นักศึกษาไทยต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกหลายรายการ ที่อาจทำให้งบประมาณรวมสูงขึ้นถึง 30–50% ของค่าเทอม ค่าครองชีพใน UAE แตกต่างกันอย่างมากตามเมือง โดยดูไบและอาบูดาบีมีค่าครองชีพสูงที่สุด ในขณะที่ชาร์จาห์ ฟูไจราห์ และอัจมานมีค่าครองชีพต่ำกว่า

ค่าที่พักเป็นค่าใช้จ่ายหลักที่ต้องคำนึงถึง สำหรับหอพักมหาวิทยาลัยในดูไบและอาบูดาบีมีราคาประมาณ 25,000–40,000 AED ต่อปี (250,000–400,000 บาท) ส่วนในชาร์จาห์และฟูไจราห์ราคาถูกกว่าที่ 15,000–25,000 AED ต่อปี การเช่าอพาร์ทเมนต์ส่วนตัวในดูไบอาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 60,000–100,000 AED ต่อปี ดังนั้นการเลือกอยู่หอพักมหาวิทยาลัยจึงเป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่า

ค่าอาหารและค่าเดินทางใน UAE อยู่ที่ประมาณ 1,500–2,500 AED ต่อเดือน (15,000–25,000 บาท) สำหรับนักศึกษาที่ใช้ชีวิตแบบประหยัด ค่าเดินทางด้วยรถไฟฟ้า Dubai Metro หรือรถบัสสาธารณะมีราคาถูก โดยบัตรรายเดือนสำหรับนักศึกษาอยู่ที่ประมาณ 300–500 AED ต่อเดือน ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพก็เป็นสิ่งสำคัญ นักศึกษาต่างชาติต้องมีประกันสุขภาพซึ่งมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่บังคับให้ซื้อผ่านโรงเรียน โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000–4,000 AED ต่อปี

ทุนการศึกษาและความช่วยเหลือทางการเงินสำหรับนักศึกษาไทยใน UAE ปี 2026

นักศึกษาไทยมีโอกาสขอรับทุนการศึกษาและส่วนลดค่าเล่าเรียนจากหลายแหล่ง ทั้งจากรัฐบาล UAE มหาวิทยาลัย และองค์กรระหว่างประเทศ ทุนการศึกษาส่วนใหญ่จะพิจารณาจากผลการเรียน กิจกรรม และความสามารถพิเศษ

ทุนจากรัฐบาล UAE ที่สำคัญคือ UAE Government Scholarship ซึ่งเปิดรับนักศึกษาต่างชาติรวมถึงคนไทย โดยครอบคลุมค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายรายเดือน ทุนนี้มีจำนวนจำกัดและมีการแข่งขันสูง โดยผู้สมัครต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.50 จาก 4.00 และมีคะแนน IELTS 6.5 ขึ้นไป หรือ TOEFL iBT 80 ขึ้นไป

ทุนจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น University of Sharjah International Scholarship มอบส่วนลดค่าเล่าเรียน 25–50% สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่มีผลการเรียนดี Abu Dhabi University Merit Scholarship มอบส่วนลด 20–40% สำหรับนักศึกษาที่มี GPA 3.0 ขึ้นไป Al Ghurair University Excellence Scholarship มอบส่วนลดสูงสุด 50% สำหรับนักศึกษาไทยที่ผ่านการคัดเลือก

นอกจากนี้ยังมีทุนจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น Islamic Development Bank (IsDB) Scholarship สำหรับนักศึกษาจากประเทศสมาชิก OIC รวมถึงไทย โดยครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายรายเดือน ทุนนี้เปิดรับสมัครปีละครั้งและมีจำนวนประมาณ 50–100 ทุนต่อปี

ข้อควรรู้เกี่ยวกับวีซ่านักศึกษาและกฎหมายการทำงานใน UAE สำหรับคนไทย

นักศึกษาไทยที่ต้องการเรียนต่อใน UAE ต้องขอวีซ่านักศึกษาซึ่งมีขั้นตอนที่ชัดเจน โดยมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะเป็นผู้ดำเนินการยื่นขอวีซ่าให้กับนักศึกษา วีซ่านักศึกษา UAE มีอายุ 1 ปีและสามารถต่ออายุได้ทุกปีจนกว่าจะเรียนจบ

เอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่านักศึกษาประกอบด้วย หนังสือตอบรับจากมหาวิทยาลัย หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน รูปถ่ายขนาด passport ใบรับรองผลการเรียนที่ผ่านการแปลและรับรอง สำเนาทะเบียนบ้าน และใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองใน UAE ค่าธรรมเนียมวีซ่านักศึกษาอยู่ที่ประมาณ 3,000–5,000 AED (30,000–50,000 บาท) ต่อปี

กฎหมายการทำงานสำหรับนักศึกษาต่างชาติใน UAE อนุญาตให้ทำงานพาร์ทไทม์ได้สูงสุด 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงเปิดเทอม และทำงานเต็มเวลาในช่วงปิดเทอม โดยต้องได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยและกระทรวงแรงงาน UAE ก่อน ค่าแรงขั้นต่ำสำหรับงานพาร์ทไทม์อยู่ที่ประมาณ 25–50 AED ต่อชั่วโมง (250–500 บาท) ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายรายเดือนได้

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการเรียนต่อ UAE เทียบกับประเทศอื่น

การเลือกเรียนต่อ UAE มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่นักศึกษาไทยควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เมื่อเทียบกับประเทศปลายทางยอดนิยมอื่นๆ เช่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย หรือสิงคโปร์

ข้อดีสำคัญของ UAE คือค่าเล่าเรียนที่ถูกกว่าประเทศตะวันตกประมาณ 30–50% โดยค่าเทอมปริญญาตรีใน UAE อยู่ที่ 350,000–650,000 บาทต่อปี เทียบกับสหราชอาณาจักรที่ 800,000–1,500,000 บาทต่อปี และออสเตรเลียที่ 700,000–1,200,000 บาทต่อปี ค่าครองชีพใน UAE ก็ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับลอนดอนหรือซิดนีย์ โดยเฉพาะในเมืองอย่างชาร์จาห์หรือฟูไจราห์

ข้อเสียคือสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน–กันยายน) โดยอุณหภูมิอาจสูงถึง 45–50 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำหรับนักศึกษาที่ไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อน นอกจากนี้ วัฒนธรรมและกฎหมายใน UAE มีความแตกต่างจากไทยอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการแต่งกาย การดื่มแอลกอฮอล์ และการแสดงออกในที่สาธารณะ ซึ่งนักศึกษาต้องปรับตัวและปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด

FAQ

Q1: ค่าเทอมปริญญาตรีใน UAE ปี 2026 ถูกกว่าประเทศอื่นจริงหรือไม่?

A1: ถูกกว่าประเทศตะวันตกประมาณ 30–50% โดยค่าเทอมเฉลี่ยใน UAE อยู่ที่ 350,000–650,000 บาทต่อปี เทียบกับสหราชอาณาจักรที่ 800,000–1,500,000 บาทต่อปี และออสเตรเลียที่ 700,000–1,200,000 บาทต่อปี อย่างไรก็ตาม ค่าเทอมใน UAE อาจสูงกว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น มาเลเซียหรือสิงคโปร์

Q2: นักศึกษาไทยต้องใช้คะแนนภาษาอังกฤษเท่าไหร่ถึงจะสมัครเรียนต่อ UAE ได้?

A2: มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ใน UAE กำหนดคะแนน IELTS 5.5–6.5 (หรือ TOEFL iBT 65–80) สำหรับหลักสูตรปริญญาตรีที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง University of Sharjah และ Abu Dhabi University ต้องการ IELTS 6.0–6.5 ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่งอาจรับ IELTS 5.5

Q3: มีทุนการศึกษาเต็มจำนวนสำหรับนักศึกษาไทยใน UAE ปี 2026 หรือไม่?

A3: มีทุน UAE Government Scholarship ที่ครอบคลุมค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายรายเดือน แต่มีการแข่งขันสูง โดยผู้สมัครต้องมี GPA 3.50+ และ IELTS 6.5+ นอกจากนี้ยังมีทุนจากมหาวิทยาลัยและ Islamic Development Bank (IsDB) ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่

参考资料

  • กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2026 รายงานค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน
  • UAE Federal Competitiveness and Statistics Centre 2025 ข้อมูลค่าครองชีพในแต่ละเอมิเรตส์
  • University of Sharjah 2026 International Student Handbook และตารางค่าเล่าเรียน
  • Abu Dhabi University 2026 Scholarship Guide สำหรับนักศึกษาต่างชาติ
  • Islamic Development Bank 2026 Scholarship Program ข้อมูลทุนการศึกษาสำหรับประเทศสมาชิก OIC
> ="studyabroad-wiki" data-lang="zh-CN" data-channel="organic" async> > ml> >