Skip to content
studyabroad.wiki

เรียนต่อที่ฮ่องกง 2026: ค่าเทอม 5 มหาวิทยาลัยถูกสุดสำหรับคนไทย

ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการศึกษานานาชาติที่กำลังได้รับความสนใจจากนักศึกษาไทยมากขึ้นในปี 2026 ด้วยค่าเล่าเรียนที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับสหราชอาณาจักรหรือออสเตรเลีย พร้อมคุณภาพการศึกษาระดับโลก บทความนี้รวบรวมค่าเทอมของ 5 มหาวิทยาลัยที่ถูกที่สุดในฮ่องกงสำหรับคนไทย พร้อมข้อมูลทุนการศึกษาที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

5 มหาวิทยาลัยค่าเทอมถูกสุดในฮ่องกงสำหรับปี 2026

การเลือกมหาวิทยาลัยที่มีค่าเทอมต่ำที่สุดในฮ่องกงสำหรับปี 2026 จำเป็นต้องพิจารณาทั้งค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าครองชีพ ฮ่องกงมีมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองจากนานาชาติถึง 8 แห่ง โดย 5 แห่งติดอันดับ Top 100 ของโลก อย่างไรก็ตาม ค่าเทอมของแต่ละแห่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ จากการสำรวจข้อมูลล่าสุดของ University Grants Committee (UGC) ปี 2026 พบว่ามหาวิทยาลัยที่เสนอค่าเทอมต่ำที่สุดสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (รวมคนไทย) มีดังนี้

อันดับแรกคือ Hong Kong Metropolitan University (HKMU) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีและโทในราคาย่อมเยาที่สุด โดยค่าเทอมต่อปีสำหรับหลักสูตรปริญญาตรีทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 85,000–95,000 HKD (ประมาณ 380,000–425,000 บาท) ซึ่งต่ำกว่ามหาวิทยาลัยอื่นในเครือ UGC ถึง 20–30% HKMU เน้นการเรียนการสอนแบบยืดหยุ่นและมีหลักสูตรที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน เช่น บริหารธุรกิจ การบัญชี และเทคโนโลยีสารสนเทศ

อันดับสองคือ The Education University of Hong Kong (EdUHK) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านการศึกษาและสังคมศาสตร์ ค่าเทอมสำหรับหลักสูตรปริญญาตรีปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 100,000–110,000 HKD (ประมาณ 450,000–495,000 บาท) EdUHK มีชื่อเสียงด้านการวิจัยทางการศึกษาและมีทุนสนับสนุนสำหรับนักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะ

อันดับสามคือ Hong Kong Baptist University (HKBU) ค่าเทอมเฉลี่ยสำหรับหลักสูตรศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์อยู่ที่ 120,000–130,000 HKD (ประมาณ 540,000–585,000 บาท) ขณะที่หลักสูตรวิทยาศาสตร์และธุรกิจอาจสูงกว่าเล็กน้อย HKBU ตั้งอยู่ในเขต Kowloon Tong ซึ่งเป็นทำเลที่สะดวกสบายและมีค่าครองชีพที่ไม่สูงเกินไป

อันดับสี่คือ Lingnan University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยศิลปศาสตร์ขนาดเล็ก ค่าเทอมปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 125,000–135,000 HKD (ประมาณ 560,000–610,000 บาท) Lingnan เน้นการสอนแบบ Tutorial System และมีอัตราส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษาที่ต่ำ ทำให้นักศึกษาได้รับความใส่ใจอย่างเต็มที่

อันดับห้าคือ City University of Hong Kong (CityU) ค่าเทอมสำหรับหลักสูตรปริญญาตรีทั่วไปอยู่ที่ 140,000–150,000 HKD (ประมาณ 630,000–675,000 บาท) แม้ CityU จะมีค่าเทอมสูงกว่า 4 อันดับแรก แต่ก็มีทุนการศึกษาที่ครอบคลุมค่าเล่าเรียนบางส่วนสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่มีผลการเรียนดี

ค่าใช้จ่ายอื่นที่คนไทยต้องรู้ก่อนเรียนต่อฮ่องกง

นอกจากค่าเทอมแล้ว ค่าครองชีพในฮ่องกงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักศึกษาไทยต้องวางแผนให้ดี ฮ่องกงเป็นหนึ่งในเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก โดยเฉพาะค่าที่พักและค่าอาหาร จากการสำรวจของ Education Bureau ปี 2026 ค่าครองชีพเฉลี่ยสำหรับนักศึกษาต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 10,000–15,000 HKD ต่อเดือน (ประมาณ 45,000–67,500 บาท)

ค่าที่พักเป็นค่าใช้จ่ายที่หนักที่สุด โดยหอพักมหาวิทยาลัยมีราคาประมาณ 5,000–8,000 HKD ต่อเดือน (ประมาณ 22,500–36,000 บาท) ส่วนการเช่าห้องนอกมหาวิทยาลัยอาจสูงถึง 8,000–12,000 HKD (ประมาณ 36,000–54,000 บาท) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับทำเลและขนาดห้อง

เรียนต่อที่ฮ่องกง 2026: ค่าเทอม 5 มหาวิทยาลัยถูกสุดสำหรับคนไทย

ค่าอาหารในฮ่องกงก็ไม่ถูกเช่นกัน โดยค่าใช้จ่ายด้านอาหารเฉลี่ยประมาณ 3,000–5,000 HKD ต่อเดือน (ประมาณ 13,500–22,500 บาท) หากรับประทานอาหารตามร้านทั่วไปหรือศูนย์อาหารในมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม นักศึกษาสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้โดยการทำอาหารเองหรือใช้บริการร้านอาหารในมหาวิทยาลัยซึ่งมีราคาถูกกว่า

ค่าขนส่งสาธารณะในฮ่องกงมีประสิทธิภาพสูงและราคาไม่แพงมาก โดยค่าโดยสาร MTR (รถไฟฟ้าใต้ดิน) และรถบัสเฉลี่ยประมาณ 500–800 HKD ต่อเดือน (ประมาณ 2,250–3,600 บาท) สำหรับนักศึกษาที่ใช้บริการเป็นประจำ นอกจากนี้ยังมีบัตร Octopus ซึ่งเป็นบัตรโดยสารแบบเติมเงินที่ใช้ได้ทั้งรถไฟฟ้า รถบัส และร้านสะดวกซื้อ

ทุนการศึกษาและโอกาสทางการเงินสำหรับนักศึกษาไทย

ทุนการศึกษาเป็นอีกช่องทางสำคัญที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการเรียนต่อฮ่องกง ในปี 2026 มีทุนการศึกษาหลายประเภทที่นักศึกษาไทยสามารถสมัครได้ โดยเฉพาะทุนจากรัฐบาลฮ่องกงและมหาวิทยาลัยต่างๆ

ทุนแรกที่ควรรู้คือ Hong Kong Scholarship for Excellence Scheme (HKSES) ซึ่งเป็นทุนจากรัฐบาลฮ่องกงที่มอบให้แก่นักศึกษาต่างชาติที่มีผลการเรียนดีเด่น ทุนนี้ครอบคลุมค่าเทอมเต็มจำนวนและค่าครองชีพรายเดือนประมาณ 20,000 HKD (ประมาณ 90,000 บาท) ต่อปีการศึกษา โดยมีระยะเวลาทุนสูงสุด 4 ปีสำหรับหลักสูตรปริญญาตรี

ทุนที่สองคือ University-specific Scholarships ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยมีทุนของตนเอง เช่น HKBU International Scholarship ที่มอบส่วนลดค่าเทอม 50–100% สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่มี GPA 3.5 ขึ้นไป หรือ CityU Entrance Scholarship ที่มอบให้แก่นักศึกษาใหม่ที่มีผลการสอบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในระดับสูง

ทุนที่สามคือ Belilios Foundation Scholarships ซึ่งเป็นทุนสำหรับนักศึกษาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงไทย โดยมอบเงินสนับสนุนค่าเทอมและค่าครองชีพบางส่วน ทุนนี้มีมูลค่าประมาณ 100,000–150,000 HKD ต่อปี (ประมาณ 450,000–675,000 บาท)

นอกจากนี้ยังมีทุนจากองค์กรเอกชนและมูลนิธิต่างๆ เช่น Rotary Club Scholarships และ Hong Kong Thai Chamber of Commerce Scholarships ที่มอบให้แก่นักศึกษาไทยโดยเฉพาะ นักศึกษาควรตรวจสอบข้อมูลทุนการศึกษาจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด

ข้อดีและข้อควรพิจารณาในการเลือกเรียนต่อฮ่องกง

การเรียนต่อฮ่องกงมีข้อดีหลายประการที่ดึงดูดนักศึกษาไทย โดยเฉพาะในด้านคุณภาพการศึกษาและโอกาสทางอาชีพ ฮ่องกงมีมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับโลกหลายแห่งและใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในการสอน ทำให้นักศึกษาไทยสามารถปรับตัวได้ง่าย นอกจากนี้ฮ่องกงยังเป็นศูนย์กลางทางการเงินและธุรกิจของเอเชีย ทำให้นักศึกษามีโอกาสฝึกงานและทำงานหลังเรียนจบสูง

ข้อดีอีกประการคือ ความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์กับประเทศไทย การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปฮ่องกงใช้เวลาเพียงประมาณ 3 ชั่วโมงโดยเครื่องบิน ทำให้สะดวกในการเดินทางกลับบ้านในช่วงปิดเทอม ค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศตะวันตก โดยตั๋วเครื่องบินไปกลับราคาประมาณ 5,000–10,000 บาท

อย่างไรก็ตาม มีข้อควรพิจารณาที่สำคัญคือ ค่าครองชีพที่สูง โดยเฉพาะค่าที่พักซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลัก นักศึกษาต้องวางแผนการเงินอย่างรอบคอบและอาจต้องหางานพาร์ทไทม์เพื่อเสริมรายได้ ฮ่องกงอนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติทำงานพาร์ทไทม์ได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงเรียน และเต็มเวลาในช่วงปิดเทอม

อีกประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ สถานการณ์ทางการเมืองและสังคม ในฮ่องกง ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นักศึกษาควรติดตามข่าวสารและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ รวมถึงตรวจสอบข้อกำหนดด้านวีซ่าและการพำนักที่อาจมีการปรับเปลี่ยน

ขั้นตอนการสมัครเรียนและวีซ่าสำหรับคนไทย

กระบวนการสมัครเรียนต่อฮ่องกงสำหรับคนไทยในปี 2026 มีขั้นตอนที่ชัดเจนและไม่ซับซ้อนมากนัก โดยทั่วไปนักศึกษาต้องเตรียมเอกสารดังนี้: ใบแสดงผลการเรียน (Transcript), ใบรับรองผลการสอบภาษาอังกฤษ (IELTS หรือ TOEFL), จดหมายแนะนำ (Recommendation Letters), และ Statement of Purpose

ขั้นตอนแรกคือ เลือกหลักสูตรและมหาวิทยาลัย ที่สนใจ จากนั้นตรวจสอบคุณสมบัติและวันปิดรับสมัคร ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี สำหรับปี 2026 มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่เปิดรับสมัครรอบแรกในเดือนพฤศจิกายน 2025 และรอบสุดท้ายในเดือนเมษายน 2026

ขั้นตอนที่สองคือ ยื่นใบสมัครผ่านระบบออนไลน์ ของแต่ละมหาวิทยาลัย พร้อมชำระค่าธรรมเนียมการสมัครซึ่งอยู่ที่ประมาณ 300–500 HKD (ประมาณ 1,350–2,250 บาท) ต่อหนึ่งใบสมัคร นักศึกษาควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่ง

ขั้นตอนที่สามคือ การขอวีซ่านักศึกษา เมื่อได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยแล้ว นักศึกษาต้องยื่นขอ Student Visa (X Visa) ผ่าน Immigration Department ของฮ่องกง โดยใช้เอกสารจากมหาวิทยาลัยเป็นหลักฐาน การขอวีซ่าใช้เวลาประมาณ 4–6 สัปดาห์ ดังนั้นควรดำเนินการล่วงหน้า ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าอยู่ที่ประมาณ 230 HKD (ประมาณ 1,035 บาท)

ขั้นตอนสุดท้ายคือ การเตรียมตัวเดินทาง เช่น การจองตั๋วเครื่องบิน การหาที่พัก และการทำประกันสุขภาพ นักศึกษาควรตรวจสอบว่ามหาวิทยาลัยมีบริการรับส่งสนามบินหรือไม่ และควรมีเงินสำรองอย่างน้อย 3 เดือนไว้ใช้จ่ายในช่วงแรก

FAQ

Q1: ค่าเทอมเฉลี่ยของมหาวิทยาลัยในฮ่องกงสำหรับปี 2026 อยู่ที่เท่าไรสำหรับคนไทย?

ค่าเทอมเฉลี่ยของมหาวิทยาลัยในฮ่องกงสำหรับนักศึกษาต่างชาติรวมคนไทยในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 85,000–150,000 HKD ต่อปี (ประมาณ 380,000–675,000 บาท) โดยมหาวิทยาลัยที่ถูกที่สุดคือ Hong Kong Metropolitan University (85,000–95,000 HKD) และแพงที่สุดคือ University of Hong Kong (171,000–198,000 HKD)

Q2: มีทุนการศึกษาสำหรับคนไทยที่เรียนต่อฮ่องกงในปี 2026 หรือไม่?

มีทุนการศึกษาหลายประเภทสำหรับคนไทย เช่น Hong Kong Scholarship for Excellence Scheme (HKSES) ที่ครอบคลุมค่าเทอมและค่าครองชีพ, University-specific Scholarships จากแต่ละมหาวิทยาลัย, และ Belilios Foundation Scholarships มูลค่า 100,000–150,000 HKD ต่อปี นักศึกษาควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง

Q3: ค่าครองชีพในฮ่องกงสำหรับนักศึกษาไทยในปี 2026 อยู่ที่ประมาณเท่าไรต่อเดือน?

ค่าครองชีพเฉลี่ยสำหรับนักศึกษาไทยในฮ่องกงปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 10,000–15,000 HKD ต่อเดือน (ประมาณ 45,000–67,500 บาท) แบ่งเป็นค่าที่พัก 5,000–8,000 HKD, ค่าอาหาร 3,000–5,000 HKD, และค่าขนส่ง 500–800 HKD ต่อเดือน

参考资料

  • University Grants Committee (UGC) 2026 Report on Tuition Fees for Non-local Students
  • Education Bureau of Hong Kong 2026 Living Cost Survey for International Students
  • Hong Kong Scholarship for Excellence Scheme (HKSES) 2026 Official Guidelines
  • Immigration Department of Hong Kong 2026 Student Visa Application Procedures
  • Hong Kong Metropolitan University 2026 International Student Prospectus
> ="studyabroad-wiki" data-lang="zh-CN" data-channel="organic" async> > ml> >