5 มหาวิทยาลัยค่าเทอมถูกในเยอรมนี 2026 สำหรับคนไทย
สำหรับนักศึกษาไทยที่สนใจเรียนต่อต่างประเทศด้วยงบประมาณจำกัด เยอรมนีเป็นหนึ่งในประเทศที่ค่าเล่าเรียนถูกที่สุดในโลก โดยมหาวิทยาลัยรัฐส่วนใหญ่เก็บเฉพาะค่าธรรมเนียมภาคการศึกษา (Semesterbeitrag) ซึ่งรวมค่าเดินทางและสวัสดิการนักศึกษาแล้ว บทความนี้รวบรวม 5 มหาวิทยาลัยที่มีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุดในปี 2026 พร้อมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการตัดสินใจ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเคมนิตซ์ (Chemnitz University of Technology)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเคมนิตซ์ (Chemnitz University of Technology) ตั้งอยู่ในรัฐแซกโซนี ทางตะวันออกของเยอรมนี เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ค่าเทอมถูกที่สุดสำหรับนักศึกษาต่างชาติในปี 2026 โดยมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่เก็บค่าเล่าเรียนใดๆ จากนักศึกษานานาชาติ ทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท สิ่งที่นักศึกษาต้องจ่ายคือค่าธรรมเนียมภาคการศึกษา (Semesterbeitrag) ซึ่งในปีการศึกษา 2026 อยู่ที่ประมาณ 290 ยูโรต่อภาคเรียน (ประมาณ 11,000 บาท) ค่าธรรมเนียมนี้รวมบัตรเดินทางฟรีสำหรับระบบขนส่งสาธารณะในรัฐแซกโซนีแล้ว ทำให้นักศึกษาประหยัดค่าขนส่งรายเดือนได้มาก
มหาวิทยาลัยเคมนิตซ์มีชื่อเสียงด้านวิศวกรรมศาสตร์ โดยเฉพาะสาขาวิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมไฟฟ้า และวิทยาการคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรปริญญาโทที่สอนเป็นภาษาอังกฤษหลายหลักสูตร เช่น Advanced Manufacturing, Automotive Software Engineering และ Web Engineering ข้อดีอีกประการคือค่าครองชีพในเมืองเคมนิตซ์ต่ำกว่าเมืองใหญ่อย่างมิวนิกหรือเบอร์ลินมาก โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 750-850 ยูโรต่อเดือน รวมค่าห้องพัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายส่วนตัว
สำหรับนักศึกษาไทยที่สนใจสมัคร ควรตรวจสอบคุณวุฒิการศึกษาที่เทียบเท่าได้จากฐานข้อมูล Anabin ของเยอรมนี ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ประเมินวุฒิการศึกษาต่างประเทศ โดยทั่วไปแล้ววุฒิปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยไทยที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะได้รับการยอมรับ แต่ต้องผ่านการตรวจสอบรายวิชาเป็นกรณีไป
มหาวิทยาลัยเทคนิคอิลเมเนา (Technische Universität Ilmenau)
มหาวิทยาลัยเทคนิคอิลเมเนา (Technische Universität Ilmenau) ตั้งอยู่ในรัฐทูรินเจีย เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยรัฐที่ไม่เก็บค่าเล่าเรียนจากนักศึกษาต่างชาติในปี 2026 ค่าธรรมเนียมภาคการศึกษาที่นักศึกษาต้องจ่ายอยู่ที่ประมาณ 280 ยูโรต่อภาคเรียน (ประมาณ 10,600 บาท) ซึ่งรวมถึงบัตรเดินทางฟรีในรัฐทูรินเจียและส่วนลดค่าอาหารในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมสื่อสาร และวิทยาการคอมพิวเตอร์ หลักสูตรที่สอนเป็นภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ ได้แก่ Master in Communications and Signal Processing, Master in Research in Computer & Systems Engineering และ Master in Mechanical Engineering เมืองอิลเมเนามีขนาดเล็กและเงียบสงบ เหมาะสำหรับนักศึกษาที่ต้องการสมาธิในการเรียน ค่าครองชีพเฉลี่ยอยู่ที่ 700-800 ยูโรต่อเดือน
ข้อควรทราบสำหรับนักศึกษาไทยคือ มหาวิทยาลัยเทคนิคอิลเมเนากำหนดให้ผู้สมัครจากต่างประเทศต้องแสดงหลักฐานความสามารถทางภาษาเยอรมันหรือภาษาอังกฤษตามข้อกำหนดของแต่ละหลักสูตร โดยทั่วไปหลักสูตรที่สอนเป็นภาษาอังกฤษต้องการคะแนน IELTS 6.5 หรือ TOEFL 90 ขึ้นไป ส่วนหลักสูตรภาษาเยอรมันต้องการ TestDaF ระดับ 4 หรือ Goethe-Zertifikat C1

มหาวิทยาลัยเทคนิคเบราน์ชไวก์ (Technische Universität Braunschweig)
มหาวิทยาลัยเทคนิคเบราน์ชไวก์ (Technische Universität Braunschweig) ตั้งอยู่ในรัฐนีเดอร์ซัคเซิน ทางตอนเหนือของเยอรมนี เป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่ไม่เก็บค่าเล่าเรียนสำหรับนักศึกษาจากทุกประเทศ รวมถึงไทย ในปี 2026 ค่าธรรมเนียมภาคการศึกษาอยู่ที่ประมาณ 390 ยูโรต่อภาคเรียน (ประมาณ 14,800 บาท) ซึ่งสูงกว่ามหาวิทยาลัยในรัฐแซกโซนีเล็กน้อย แต่ยังถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในยุโรป ค่าธรรมเนียมนี้รวมบัตรเดินทางฟรีสำหรับระบบขนส่งสาธารณะในรัฐนีเดอร์ซัคเซินและเมืองเบรเมิน
มหาวิทยาลัยเบราน์ชไวก์เป็นหนึ่งในสถาบันวิศวกรรมที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของเยอรมนี โดยเฉพาะด้านวิศวกรรมการบินและอวกาศ วิศวกรรมยานยนต์ และวิศวกรรมเครื่องกล หลักสูตรปริญญาโทที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ ได้แก่ Master in Aerospace Engineering, Master in Computational Sciences in Engineering และ Master in Sustainable Energy Systems เมืองเบราน์ชไวก์มีขนาดกลาง ค่าครองชีพเฉลี่ย 800-900 ยูโรต่อเดือน
นักศึกษาไทยที่สนใจควรตรวจสอบข้อกำหนดการรับสมัครผ่านเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยโดยตรง เนื่องจากแต่ละหลักสูตรอาจมีข้อกำหนดแตกต่างกัน โดยทั่วไปต้องมีวุฒิปริญญาตรีที่เกี่ยวข้องและผลสอบภาษาเยอรมันหรือภาษาอังกฤษตามที่กำหนด นอกจากนี้ควรตรวจสอบว่าเอกสารการศึกษาจากไทยต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่
มหาวิทยาลัยเทคนิคเดรสเดน (Technische Universität Dresden)
มหาวิทยาลัยเทคนิคเดรสเดน (Technische Universität Dresden) ตั้งอยู่ในเมืองเดรสเดน รัฐแซกโซนี เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำที่ไม่เก็บค่าเล่าเรียนจากนักศึกษาต่างชาติในปี 2026 ค่าธรรมเนียมภาคการศึกษาอยู่ที่ประมาณ 300 ยูโรต่อภาคเรียน (ประมาณ 11,400 บาท) ซึ่งรวมบัตรเดินทางฟรีสำหรับระบบขนส่งสาธารณะในรัฐแซกโซนีแล้วเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยเคมนิตซ์
มหาวิทยาลัยเดรสเดนมีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงในหลายสาขา โดยเฉพาะวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และเทคโนโลยีสารสนเทศ หลักสูตรปริญญาโทที่สอนเป็นภาษาอังกฤษมีให้เลือกมากมาย เช่น Master in Computational Modeling and Simulation, Master in Nanoelectronic Systems, Master in Organic and Molecular Electronics และ Master in Transport and Economics เมืองเดรสเดนเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย ค่าครองชีพเฉลี่ยอยู่ที่ 850-950 ยูโรต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าเมืองเคมนิตซ์เล็กน้อยแต่ยังต่ำกว่าเมืองใหญ่อย่างมิวนิกหรือแฟรงก์เฟิร์ต
ข้อควรระวังสำหรับนักศึกษาไทยคือ มหาวิทยาลัยเดรสเดนอาจมีข้อกำหนดเฉพาะสำหรับบางหลักสูตร เช่น การสอบสัมภาษณ์หรือการส่งพอร์ตโฟลิโอ นอกจากนี้ควรตรวจสอบวันปิดรับสมัครซึ่งมักแตกต่างกันไปในแต่ละหลักสูตร โดยทั่วไปภาคเรียนฤดูหนาว (เริ่มตุลาคม) จะปิดรับสมัครในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ส่วนภาคเรียนฤดูร้อน (เริ่มเมษายน) จะปิดรับสมัครในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมของปีก่อนหน้า
มหาวิทยาลัยเทคนิคฮัมบูร์ก (Technische Universität Hamburg)
มหาวิทยาลัยเทคนิคฮัมบูร์ก (Technische Universität Hamburg) ตั้งอยู่ในเมืองฮัมบูร์ก ทางตอนเหนือของเยอรมนี เป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่ไม่เก็บค่าเล่าเรียนสำหรับนักศึกษาต่างชาติในปี 2026 เช่นกัน ค่าธรรมเนียมภาคการศึกษาอยู่ที่ประมาณ 340 ยูโรต่อภาคเรียน (ประมาณ 12,900 บาท) ซึ่งรวมบัตรเดินทางฟรีสำหรับระบบขนส่งสาธารณะในเมืองฮัมบูร์กแล้ว
มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะสาขาวิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมกระบวนการ และวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม หลักสูตรปริญญาโทที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ ได้แก่ Master in Environmental Engineering, Master in Materials Science and Engineering, Master in Mechanical Engineering and Management และ Master in Naval Architecture and Ocean Engineering เมืองฮัมบูร์กเป็นเมืองท่าสำคัญและมีค่าครองชีพสูงกว่าเมืองอื่นๆ ในรายการนี้ โดยเฉลี่ย 950-1,100 ยูโรต่อเดือน แต่นักศึกษาสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้โดยใช้บัตรเดินทางฟรีที่รวมอยู่ในค่าธรรมเนียมภาคการศึกษา
นักศึกษาไทยที่สนใจควรเตรียมเอกสารการสมัครให้พร้อม โดยเฉพาะ Transcript of Records, ใบรับรองการศึกษา, จดหมายแนะนำ และผลสอบภาษา ควรตรวจสอบข้อกำหนดของแต่ละหลักสูตรผ่านเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยโดยตรง เนื่องจากบางหลักสูตรอาจต้องการประสบการณ์ทำงานหรือผลสอบ GRE/GMAT
FAQ
Q1: นักศึกษาไทยต้องจ่ายค่าเทอมเท่าไหร่สำหรับมหาวิทยาลัยรัฐในเยอรมนีปี 2026?
A1: มหาวิทยาลัยรัฐในเยอรมนีส่วนใหญ่ไม่เก็บค่าเล่าเรียนจากนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงไทย นักศึกษาไทยจะจ่ายเฉพาะค่าธรรมเนียมภาคการศึกษา (Semesterbeitrag) ซึ่งอยู่ระหว่าง 280-400 ยูโรต่อภาคเรียน (ประมาณ 10,600-15,200 บาท) ค่าธรรมเนียมนี้รวมบัตรเดินทางฟรีสำหรับระบบขนส่งสาธารณะในรัฐนั้นๆ และสวัสดิการนักศึกษาอื่นๆ
Q2: ค่าครองชีพเฉลี่ยสำหรับนักศึกษาไทยในเยอรมนีปี 2026 อยู่ที่เท่าไหร่?
A2: ค่าครองชีพเฉลี่ยสำหรับนักศึกษาในเยอรมนีปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 750-1,100 ยูโรต่อเดือน (ประมาณ 28,500-41,800 บาท) ขึ้นอยู่กับเมือง โดยเมืองเล็กอย่างเคมนิตซ์หรืออิลเมเนาถูกกว่าเมืองใหญ่อย่างฮัมบูร์กหรือมิวนิก ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าห้องพัก (300-500 ยูโร) ค่าอาหาร (150-250 ยูโร) และค่าประกันสุขภาพ (110-120 ยูโรต่อเดือน)
Q3: นักศึกษาไทยต้องใช้ภาษาเยอรมันในการเรียนหรือไม่?
A3: ไม่จำเป็นเสมอไป เนื่องจากมหาวิทยาลัยหลายแห่งมีหลักสูตรปริญญาโทที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปต้องการคะแนน IELTS 6.5 หรือ TOEFL 90 ขึ้นไป อย่างไรก็ตาม การรู้ภาษาเยอรมันพื้นฐานจะช่วยในการใช้ชีวิตประจำวันและการหางานพาร์ทไทม์ หลักสูตรที่สอนเป็นภาษาเยอรมันต้องการ TestDaF ระดับ 4 หรือ Goethe-Zertifikat C1
参考资料
- DAAD (German Academic Exchange Service) 2026 Report on Tuition Fees and Living Costs for International Students in Germany
- Federal Statistical Office of Germany (Destatis) 2025 Data on Student Living Expenses and Semester Fees
- Anabin Database 2026 – Recognition of Foreign Educational Qualifications by the German Conference of Ministers of Education
- German Rectors‘ Conference (HRK) 2026 Guide to Higher Education Institutions in Germany
- Federal Ministry of Education and Research (BMBF) 2025 Report on International Student Enrollment and Funding