2026 ค่าเทอมปริญญาโทสหรัฐฯ 10 มหาวิทยาลัยถูกสุดสำหรับคนไทย
สำหรับนักศึกษาไทยที่กำลังวางแผนเรียนต่อปริญญาโทในสหรัฐอเมริกา ค่าเทอมถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดลำดับต้น ๆ บทความนี้รวบรวม 10 มหาวิทยาลัยที่เสนอค่าเทอมปริญญาโทต่ำที่สุดในปี 2026 โดยอิงจากข้อมูลค่าเล่าเรียนระดับบัณฑิตศึกษาที่เผยแพร่โดยสถาบันเองและฐานข้อมูลของ National Center for Education Statistics (NCES) เพื่อให้ผู้อ่านในระยะตัดสินใจมีข้อมูลเปรียบเทียบที่ชัดเจนและตรวจสอบได้
หลักเกณฑ์การคัดเลือกมหาวิทยาลัยค่าเทอมถูกสำหรับปี 2026
การคัดเลือกมหาวิทยาลัยทั้ง 10 แห่งในรายการนี้ใช้เกณฑ์ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ทีมบรรณาธิการ (Editorial team) ใช้ข้อมูลค่าเทอมต่อปีการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติระดับปริญญาโท (Graduate out-of-state tuition) ที่เผยแพร่โดยมหาวิทยาลัยโดยตรง หรือจากฐานข้อมูลของ NCES ปีการศึกษา 2025–2026 โดยเลือกเฉพาะสถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรปริญญาโทแบบเต็มเวลา (ไม่รวมหลักสูตรออนไลน์ล้วน) และมีค่าเทอมต่อปีต่ำกว่า 15,000 เหรียญสหรัฐฯ
ข้อมูลทั้งหมดเป็นค่าเล่าเรียนอย่างเดียว ไม่รวมค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ค่าที่พัก ค่าครองชีพ หรือค่าประกันสุขภาพ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ นักศึกษาควรตรวจสอบค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยโดยตรงก่อนตัดสินใจ
เพื่อความมั่นใจในความถูกต้องของข้อมูล ทีมบรรณาธิการแนะนำให้ผู้อ่านตรวจสอบสถานะการรับรองของมหาวิทยาลัยจาก Council for Higher Education Accreditation (CHEA) หรือกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ และตรวจสอบรายชื่อสถาบันที่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน ก.พ. ไทย หรือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำหรับผู้ที่ต้องการนำวุฒิไปใช้สมัครงานราชการหรือหน่วยงานรัฐในประเทศไทย
10 อันดับมหาวิทยาลัยค่าเทอมปริญญาโทถูกสุดสำหรับนักศึกษาไทย ปี 2026

รายชื่อมหาวิทยาลัยด้านล่างนี้เรียงตามค่าเทอมต่อปีจากน้อยไปมาก โดยอ้างอิงข้อมูลปีการศึกษา 2025–2026 ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่ ณ เดือนพฤษภาคม 2026
-
Minot State University (รัฐนอร์ทดาโคตา) – ค่าเทอมประมาณ 8,200 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี มหาวิทยาลัยของรัฐขนาดเล็กที่เปิดสอนปริญญาโทด้านการศึกษา ธุรกิจ และวิทยาศาสตร์ข้อมูล มีค่าเล่าเรียนต่ำที่สุดในรายการนี้
-
Southwest Minnesota State University (รัฐมินนิโซตา) – ค่าเทอมประมาณ 9,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี หลักสูตรปริญญาโทยอดนิยม ได้แก่ การบริหารการศึกษา การจัดการกีฬา และศิลปศาสตร์
-
Delta State University (รัฐมิสซิสซิปปี) – ค่าเทอมประมาณ 9,400 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี มีหลักสูตรปริญญาโทด้านบัญชี การบิน และการศึกษาพิเศษ
-
University of Texas of the Permian Basin (รัฐเท็กซัส) – ค่าเทอมประมาณ 9,800 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ตั้งอยู่ในเมืองโอเดสซา เปิดสอนปริญญาโทด้านธุรกิจ วิศวกรรม และจิตวิทยา
-
University of Wisconsin–Whitewater (รัฐวิสคอนซิน) – ค่าเทอมประมาณ 10,200 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อเสียงด้านหลักสูตรบริหารธุรกิจ (MBA) และการศึกษาพิเศษ
-
California State University, Dominguez Hills (รัฐแคลิฟอร์เนีย) – ค่าเทอมประมาณ 10,800 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ตั้งอยู่ใกล้ลอสแอนเจลิส เปิดสอนปริญญาโทด้านอาชญาวิทยา การสอน และการบริหารรัฐกิจ
-
University of Louisiana at Monroe (รัฐลุยเซียนา) – ค่าเทอมประมาณ 11,200 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี มีหลักสูตรปริญญาโทด้านเภสัชศาสตร์ การสื่อสาร และการบริหารสุขภาพ
-
Texas A&M University–Texarkana (รัฐเท็กซัส) – ค่าเทอมประมาณ 11,800 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี เปิดสอนปริญญาโทด้านธุรกิจ การศึกษา และจิตวิทยาการให้คำปรึกษา
-
University of Nebraska at Kearney (รัฐเนแบรสกา) – ค่าเทอมประมาณ 12,500 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี มีชื่อเสียงด้านหลักสูตรการศึกษา การบริหาร และศิลปศาสตร์
-
Southeast Missouri State University (รัฐมิสซูรี) – ค่าเทอมประมาณ 13,200 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี เปิดสอนปริญญาโทด้านธุรกิจ การสื่อสารมวลชน และเทคโนโลยีสารสนเทศ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าเทอมปริญญาโทในสหรัฐฯ สำหรับนักศึกษาต่างชาติ
ค่าเทอมปริญญาโทสำหรับนักศึกษาต่างชาติในสหรัฐฯ ไม่ได้ถูกกำหนดจากชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว ปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าเทอมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ สถานะของมหาวิทยาลัย (รัฐหรือเอกชน) ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ และนโยบายการให้ทุนของแต่ละสถาบัน
มหาวิทยาลัยของรัฐ (Public universities) มักมีค่าเทอมสำหรับนักศึกษาต่างชาติสูงกว่านักศึกษาในรัฐ แต่มหาวิทยาลัยบางแห่ง เช่น Minot State University หรือ Delta State University ยังคงตั้งราคาต่ำกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของประเทศที่ประมาณ 20,000–30,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยในรัฐที่มีค่าครองชีพต่ำ เช่น นอร์ทดาโคตา มิสซิสซิปปี หรือลุยเซียนา มักมีค่าเทอมที่ต่ำกว่ามหาวิทยาลัยในรัฐชายฝั่งอย่างแคลิฟอร์เนียหรือนิวยอร์ก อย่างไรก็ตาม นักศึกษาควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าประกันสุขภาพ และค่าเดินทาง ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นอีก 10,000–15,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี
สำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่าย การสมัครขอทุนผู้ช่วยสอน (Graduate Assistantship) หรือทุนผู้ช่วยวิจัย (Research Assistantship) เป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา ทุนประเภทนี้มักครอบคลุมค่าเทอมบางส่วนหรือทั้งหมด พร้อมค่าตอบแทนรายเดือน ซึ่งมีให้ในหลายมหาวิทยาลัยแม้จะมีค่าเทอมต่ำ
แนวทางการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของมหาวิทยาลัยก่อนสมัคร
การเลือกมหาวิทยาลัยที่มีค่าเทอมต่ำควรมาพร้อมกับการตรวจสอบสถานะการรับรองอย่างละเอียด ทีมบรรณาธิการขอเน้นย้ำว่าผู้อ่านควรดำเนินการตรวจสอบด้วยตนเองผ่านช่องทางที่เป็นทางการ
เครื่องมือตรวจสอบที่สำคัญ ได้แก่:
- CHEA (Council for Higher Education Accreditation) – ฐานข้อมูลกลางที่แสดงรายชื่อสถาบันและหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากองค์กรรับรองที่ได้รับการยอมรับในสหรัฐฯ
- US Department of Education – ฐานข้อมูล College Navigator ที่ให้ข้อมูลค่าเทอม อัตราการสำเร็จการศึกษา และสถานะการรับรองของมหาวิทยาลัยทุกแห่งในสหรัฐฯ
- สำนักงาน ก.พ. ไทย – รายชื่อสถาบันต่างประเทศที่ ก.พ. รับรองวุฒิ สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครงานราชการไทย
- กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) – ฐานข้อมูลสถาบันต่างประเทศที่ได้รับการรับรองจากทางการไทย
สำหรับนักศึกษาไทยที่กังวลเรื่องการเทียบวุฒิเมื่อกลับมาประเทศไทย ควรตรวจสอบว่ามหาวิทยาลัยที่สนใจอยู่ในรายชื่อของสำนักงาน ก.พ. หรือ อว. ก่อนตัดสินใจสมัคร มหาวิทยาลัยของรัฐส่วนใหญ่ในรายการนี้ได้รับการรับรองจากหน่วยงานระดับภูมิภาค (Regional accreditors) ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดในสหรัฐฯ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ทางเลือกอื่นสำหรับการลดค่าใช้จ่ายเรียนต่อปริญญาโทในสหรัฐฯ
นอกจากเลือกมหาวิทยาลัยค่าเทอมต่ำแล้ว นักศึกษาไทยยังมีช่องทางลดค่าใช้จ่ายอีกหลายวิธี การวางแผนการเงินอย่างรอบคอบสามารถช่วยให้การเรียนต่อในสหรัฐฯ เป็นไปได้จริงในงบประมาณที่จำกัด
ทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติเป็นตัวเลือกแรกที่ควรสำรวจ มหาวิทยาลัยในรายการนี้หลายแห่งมีทุนเฉพาะสำหรับนักศึกษาต่างชาติ เช่น International Student Scholarship หรือ Global Merit Scholarship ซึ่งอาจลดค่าเทอมลงได้ 10–50% นอกจากนี้ องค์กรเอกชนในไทย เช่น มูลนิธิเอเชีย หรือสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ก็มีทุนให้แข่งขันทุกปี
การทำงานระหว่างเรียนเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง นักศึกษาต่างชาติที่ถือวีซ่า F-1 สามารถทำงานในมหาวิทยาลัย (On-campus employment) ได้สูงสุด 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงเรียน และเต็มเวลาในช่วงปิดภาคเรียน รายได้จากการทำงานนี้สามารถช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งได้
สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนแบบไม่เต็มเวลา (Part-time) หรือเรียนทางไกล มหาวิทยาลัยบางแห่งในรายการนี้มีหลักสูตรปริญญาโทแบบออนไลน์ที่ค่าเทอมต่ำกว่าแบบในห้องเรียน แต่นักศึกษาควรตรวจสอบว่าหลักสูตรดังกล่าวได้รับการรับรองเช่นเดียวกับหลักสูตรในห้องเรียนหรือไม่ และสามารถใช้ยื่นขอวีซ่า F-1 ได้หรือไม่
FAQ
Q1: ค่าเทอมปริญญาโทในสหรัฐฯ ปี 2026 เฉลี่ยเท่าไหร่สำหรับนักศึกษาต่างชาติ?
A1: ค่าเทอมเฉลี่ยสำหรับนักศึกษาต่างชาติในหลักสูตรปริญญาโทของสหรัฐฯ ปีการศึกษา 2025–2026 อยู่ที่ประมาณ 22,000–28,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาและประเภทมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเอกชนมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าที่ 30,000–45,000 เหรียญสหรัฐฯ ขณะที่มหาวิทยาลัยของรัฐในรายการนี้มีค่าเทอมต่ำกว่า 15,000 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมีนัยสำคัญ
Q2: มหาวิทยาลัยค่าเทอมถูกในสหรัฐฯ มีคุณภาพการศึกษาต่ำกว่ามหาวิทยาลัยแพงหรือไม่?
A2: ไม่จำเป็น ค่าเทอมต่ำไม่ได้สะท้อนคุณภาพการศึกษาโดยตรง มหาวิทยาลัยของรัฐหลายแห่งในรายการนี้ได้รับการรับรองจากองค์กรระดับภูมิภาค (Regional accreditors) ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดในสหรัฐฯ และมีหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม นักศึกษาควรตรวจสอบอันดับของหลักสูตรเฉพาะสาขาและอัตราการได้งานของผู้สำเร็จการศึกษาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
Q3: นักศึกษาไทยสามารถทำงานหลังเรียนจบเพื่อชดใช้ค่าเทอมได้หรือไม่?
A3: ได้ นักศึกษาที่ถือวีซ่า F-1 สามารถขอใช้สิทธิ OPT (Optional Practical Training) สูงสุด 12 เดือนหลังสำเร็จการศึกษา หรือ 36 เดือนสำหรับสาขา STEM โดยสามารถทำงานในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการเรียน ซึ่งช่วยให้มีรายได้ชดใช้ค่าใช้จ่ายระหว่างเรียนได้ อย่างไรก็ตาม การขอ OPT ต้องดำเนินการผ่านทางมหาวิทยาลัยและ USCIS ก่อนวันสำเร็จการศึกษา
参考资料
- National Center for Education Statistics (NCES) 2025–2026 Database / IPEDS Data Center
- Council for Higher Education Accreditation (CHEA) 2026 Directory of Accredited Institutions
- US Department of Education College Navigator 2026 Update
- สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ไทย รายชื่อสถาบันต่างประเทศที่รับรองวุฒิ ปี 2568
- กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ฐานข้อมูลสถาบันต่างประเทศ ปี 2569